แกงคั่วลูกคลัก
            แกงคั่วลูกคลัก  หรือแกงคั่วลูกปลา  อาหารพื้นบ้านชนบทของภาคใต้  เป็นที่รู้จักกันดีของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตชนบทโดยชาวบ้านจะนำปลาลูกคลัก  (ลูกปลาตัวเล็ก ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืด  เช่น  ปลาหมอ  ปลากระดี่  ปลาช่อน  เป็นต้น)  ที่หามาได้อาจมีหลายชนิดรวมกัน  และมีจำนวนไม่มากพอที่จะนำไปถนอมอาหารไว้กินในวันอื่น  จึงคิดหาวิธีนำมาแกงในลักษณะคล้ายกับแกงพริกกระดูกหมู  หรือแกงพริกไก่บ้าน  คือแกงน้ำขลุกขลิกเน้นรสชาติเข้มข้น  กินคู่กับผักเหนาะเพียงคำบอกเล่าก็นึกได้ถึงความอร่อยตามแบบฉบับของแกงใต้

แกงเห็ดเหม็ดใบมะขามอ่อนกับกุ้งสด
                เห็ดเหม็ดเป็นเห็ดที่ขึ้นอยู่ตามป่าต้นเสม็ด  พบมากในช่วงเริ่มเข้าฤดูฝน  ชาวบ้านนิยมเก็บมาประกอบอาหารหรือเก็บไปขายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว  เห็ดเหม็ดที่เก็บมาได้จะนิยมนำไปลวกน้ำร้อนเพื่อเป็นการถนอมอาหาร  รสชาติของเห็ดจะมีรสขมหลอม ๆ  (ขมเล็กน้อย)  สามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง  แม้แต่นำไปจิ้มน้ำชุบ  (น้ำพริก)  กินกับข้าสวยร้อน ๆ  ก็อร่อยลืมไม่ลง
                ถ้าจะพลิกแพลงนำเห็ดเหม็ดมาแกงกับใบมะขามอ่อน  ด้วยภูมิปัญญาที่ชาญฉลาดของคนในสมัยก่อน  เนื่องจากเห็ดเหม็ดกับใบมะขามอ่อนจะมีช่วงของผลผลิตที่เก็บมาปรุงอาหารได้พร้อม ๆ  กันด้วยรสขมเล็กน้อยของเห็ดเหม็ดเมื่อนำมาแกงกับใบมะขามอ่อนความเปรี้ยวของใบมะขามจะไปตัดรสขมให้เจือจางลง  และคงความสดกรอบของเห็ดไว้  เติมกุ้งสดเพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับแกงเป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟ
                ถึงแม้แกงเห็ดเหม็ดใบมะขามอ่อนกับกุ้งจะอร่อยถูกลิ้นนักชิมหลายคน  แต่ด้วยองค์ประกอบของช่วงฤดูกาล  จึงทำให้แกงเห็ดเหม็ดใบมะขามอ่อนกับกุ้ง  เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารอร่อยที่หาชิมได้ยาก
               
แกงพริกกระดูกหมู
                แกงพริกกระดูกหมูเป็นอาหารใต้อีกรายการที่ถือได้ว่ามีเอกลักษณ์ของความเป็นใต้โดยแท้จริงเช่นเดียวกับแกงพุงปลา  (ไตปลา)  หรือแกงส้ม  (แกงเหลือง)  แต่กลับเป็นที่รู้จักน้อยกว่าอาหารทั้งสองชนิดที่ติดหูนักชิมแล้ว
                แกงน้ำขลุกขลิกของแกงพริกกระดูกหมู  มีรสชาติเผ็ดพร้อมจากส่วนผสมของเครื่องแกงหลักคือ  พริกชี้ฟ้าแห้งและพริกไทยดำ  เสน่ห์ของแกงพริกกระดูกหมูคือ  การกินคู่กับผักเหนาะสด ๆ  จานโตหลากชนิดทำให้การกินอาหารมื้อนั้นหรอยจนลืมไม่ลง

แกงพริกกระดูกหมู

แกงหนาง
                หนาง  เป็นวิธีการถนอมอาหารของคนใต้  โดยการหมักเนื้อวัว  ควาย  หมู  เพื่อเก็บไว้ทำอาหารในวันข้างหน้า  เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าทึ่งไม่น้อย  เช่นเดียวกับการทำปลาร้าของคนอีสาน  และแหนมของคนเหนือ
                หนางเมื่อนำมาแกงก็จะได้แกงหนางหอมกรุ่นรสเผ็ด  เปรี้ยวอมเค็มเล็กน้อย  กินกับข้าวสวยร้อน ๆ  และผักเหนาะก็อร่อยยากที่จะบรรยาย
                แกงหนางเป็นอาหารชาวบ้านที่นิยมทำกินกันทั่วไป  โดยเฉพาะที่สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  พัทลุง  สตูล  และสงขลา  เป็นที่นิยมมาก

 

แกงหนาง

แกงขี้เด
            หากท่านรู้จักแกงพุงปลาและได้เคยชิมมาบ้างแล้ว  แต่หลายท่านอาจจะไม่รู้จักและสงสัยว่า  แกงขี้เด  คืออะไร
                แกงขี้เด  คือแกงที่ทำจากพุงปลากระดี่ล้วน ๆ  (ขี้เด  เป็นคำที่ชาวใต้เรียกพุงปลากระดี่)  ที่นำมาหมกจนส้ม  (เปรี้ยว)  ได้ที่แล้วนำมาผสมกับเครื่องแกงเผ็ด  ตั้งไฟจนเดือด  จึงใส่ส่วนผสมพุงปลาลงไป  เคี่ยวจนน้ำแกงข้นและไม่นิยมใส่ส่วนผสมอื่นในน้ำแกงเช่นเดียวกับแกงไตปลาทั่วไป  เพื่อให้คงรสชาติความอร่อยจากไตปลากระดี่  ไตปลากระดี่เมื่อนำมาปรุงเป็นแกงจะมีความอร่อยกว่าไตปลาอื่นอีกหลายชนิด  ข้อสำคัญคือ  ไตปลากระดี่หายากดังนั้นแกงขี้เดจึงหากินยากตามไปด้วย
                การกินแกงขี้เดให้อร่อยควรแกล้มด้วยผักสด  เช่น  ลูกเขือข้อย  (มะเขือพวง)  ลูกถั่ว  (ถั่วฝักยาว)  ลูกแตง  (แตงกวา)  ลูกตอ  (สะตอ)  หรือผักใบอย่างใบมันปู  ยอดหมุย  ยอดมะกอก  ใบบัวบกผักกาดนกเขากล่าวกันว่ามีแกงขี้เดหนึ่งถ้วยกับผักเหนาะหนึ่งจานก็แค่นได้แล้ว  (เพียงพอแล้ว)  สำหรับอาหารมื้อนั้น

แกงขี้เด
 
<<< PREVIOUS       NEXT >>>